ทรัพย์ประมูลราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีจริงไหม? ข้อมูลขายจริง 148,800 รายการ (2569)
60.5% ของทรัพย์ขายทอดตลาดที่สำเร็จจริง 148,800 รายการ มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท แจกแจงตัวเลขจริง พร้อมอธิบายทำไม 3 ราคา (ประเมิน/เริ่มประมูล/ขายจริง) ไม่เท่ากัน
คำตอบสั้นๆ ก่อน: มีจริง และมีจำนวนมากกว่าที่หลายคนคิด จากข้อมูลราคาขายทอดตลาดที่สำเร็จจริง 148,800 รายการที่ TeedinIQ รวบรวมจากกรมบังคับคดี ช่วงเดือนกันยายน 2568 ถึงเมษายน 2569 มีถึง 89,999 รายการ หรือ 60.5% ที่ขายสำเร็จในราคาต่ำกว่า 1,000,000 บาท ไม่ใช่ตัวเลขที่เดาเอา แต่นับได้จากราคาที่ปิดการขายจริง บทความนี้แจกแจงตัวเลขให้ครบ อธิบายว่าทำไม "ราคาประเมิน" กับ "ราคาขายจริง" ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และเชื่อมกับข้อมูลตลาดภายนอกที่ยืนยันไปในทิศทางเดียวกัน
คำตอบตรงๆ จากข้อมูลขายจริง 148,800 รายการ
นี่คือราคาที่ ขายสำเร็จแล้วจริง ไม่ใช่ราคาตั้งขายหรือราคาประเมิน ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ช่วงวันที่ 3 กันยายน 2568 – 10 เมษายน 2569
| ช่วงราคาที่ขายได้จริง | จำนวนรายการ | สัดส่วน |
|---|---|---|
| ต่ำกว่า 500,000 บาท | 54,016 | 36.3% |
| 500,000 – 1,000,000 บาท | 35,983 | 24.2% |
| 1,000,000 – 3,000,000 บาท | 49,604 | 33.3% |
| 3,000,000 – 7,000,000 บาท | 7,189 | 4.8% |
| เกิน 7,000,000 บาท | 2,008 | 1.3% |
รวมสองช่วงแรก (ต่ำกว่า 500,000 บาท และ 500,000-1,000,000 บาท) ได้ 89,999 รายการ หรือ 60.5% ของทั้งหมด ที่ขายสำเร็จในราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท เท่ากับว่าในทรัพย์ที่ขายทอดตลาดสำเร็จ 3 รายการ จะมีมากกว่า 1 รายการที่ปิดการขายต่ำกว่า 1 ล้านบาท
กลุ่มราคานี้ไม่ได้แปลว่า "ของเหลือ" — ข้อมูลตลาดยืนยันว่ากำลังโตสวนทาง
ตัวเลข 60.5% ข้างต้นไม่ได้ลอยอยู่เดี่ยวๆ มีข้อมูลจากภายนอกที่ชี้ไปทิศทางเดียวกัน ทรัพย์จากกรมบังคับคดีในไตรมาส 3 ปี 2568 มีจำนวน 74,813 หน่วย เพิ่มขึ้น 55.9% เทียบปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วนถึง 30.8% ของตลาดบ้านมือสองทั้งหมด — Thairath/REIC และในข้อมูลชุดเดียวกันนี้เอง กลุ่มราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทเป็นกลุ่มเดียวที่มีการโอนกรรมสิทธิ์จริงเพิ่มขึ้น (+1% ในจำนวนหน่วย และ +2.7% ในมูลค่า) ขณะที่บ้านราคาเกิน 10 ล้านบาทกลับโอนจริงลดลงถึง -15.9% ในช่วงเดียวกัน
ทำไมกลุ่มราคานี้ถึงยังเติบโตสวนตลาด
ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ระบุสาเหตุที่แน่ชัด แต่ตั้งข้อสังเกตได้ว่าในช่วงที่กำลังซื้อโดยรวมชะลอตัว กลุ่มราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามักเป็นกลุ่มที่ยังเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มราคาสูงต้องพึ่งกำลังซื้อเฉพาะกลุ่มมากกว่า ทรัพย์ขายทอดตลาดที่มีสัดส่วนราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทถึง 60.5% จึงตรงกับกลุ่มที่ตลาดโดยรวมยังเติบโตอยู่พอดี แต่นี่เป็นเพียงข้อสังเกตจากข้อมูลสองชุดที่สอดคล้องกัน ไม่ใช่การพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ
แล้วทรัพย์ที่ "กำลังจะเปิดประมูล" ตอนนี้ล่ะ มีสัดส่วนราคาต่ำแบบนี้ไหม
TeedinIQ มีปฏิทินนัดขายทอดตลาดที่กำลังจะถึงด้วย ณ วันที่เก็บข้อมูล (25 กรกฎาคม 2569) มีทรัพย์นัดขายในช่วงประมาณ 60 วันข้างหน้ารวม 25,329 รายการ แบ่งตามช่วงราคาได้ดังนี้
| ช่วงราคาประเมิน | จำนวนรายการ |
|---|---|
| ต่ำกว่า 500,000 บาท | 9,378 |
| 500,000 – 1,000,000 บาท | 6,705 |
| 1,000,000 – 3,000,000 บาท | 6,990 |
| 3,000,000 – 7,000,000 บาท | 1,384 |
| เกิน 7,000,000 บาท | 872 |
รวมสองช่วงแรกได้ 16,083 รายการ หรือ 63.5% ของนัดที่กำลังจะถึงทั้งหมด ใกล้เคียงกับสัดส่วนในข้อมูลขายจริง แต่ตัวเลขชุดนี้คือราคาประเมินของกรมบังคับคดี ไม่ใช่ราคาที่จะขายได้จริงและไม่ใช่ราคาเริ่มต้นประมูล ห้ามใช้แทนกันโดยเด็ดขาด
ทำไมราคาประเมิน ราคาเริ่มประมูล และราคาขายจริง ถึงไม่เท่ากัน
หลายคนสับสน 3 ราคานี้ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่จริงต่างกันทั้งที่มาและความหมาย
- ราคาประเมิน เป็นราคาที่กรมบังคับคดีตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้อ้างอิงในการประกาศขาย ไม่ใช่ราคาที่คาดว่าจะขายได้
- ราคาเริ่มต้นประมูล เป็นราคาตั้งต้นของแต่ละนัด ซึ่งถ้านัดก่อนหน้าไม่มีผู้เสนอราคา ราคาเริ่มต้นของนัดถัดไปมักถูกปรับลดลงตามหลักเกณฑ์ที่กรมบังคับคดีกำหนดไว้ในประกาศของแต่ละรายการ รายละเอียดว่าลดกี่เปอร์เซ็นต์ในนัดที่เท่าไรแตกต่างกันไปตามประกาศแต่ละฉบับ
- ราคาขายจริง คือราคาที่ประมูลได้จริงในวันที่มีผู้ชนะการเสนอราคา เป็นตัวเลขเดียวที่อยู่ในตารางราคาขายจริง 148,800 รายการด้านบน
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือกรณีจริงที่เคยมีผู้ใช้งานเล่าไว้บน Pantip ว่าเจอทาวน์เฮาส์ประกาศราคาเปิด 1.9 ล้านบาท แต่ขายจริงไปที่ 4.2 ล้านบาท — Pantip แสดงว่าราคาที่ประกาศไว้ล่วงหน้ากับราคาที่ขายได้จริงอาจต่างกันได้มาก ทั้งสูงกว่าและต่ำกว่า จึงควรใช้ข้อมูลราคาขายจริงย้อนหลังประกอบการตั้งงบ ไม่ใช่อ้างอิงจากราคาประเมินหรือราคาเปิดเพียงอย่างเดียว
ประเภททรัพย์ไหนมีโอกาสเจอราคาต่ำกว่า 1 ล้านมากที่สุด
จากข้อมูลขายจริงชุดเดียวกัน แยกตามประเภททรัพย์ได้ดังนี้ (4 ประเภทนี้นับรวมได้ 148,673 รายการ จากทั้งหมด 148,800 รายการ ส่วนต่าง 127 รายการ เป็นทรัพย์ที่ไม่มีข้อมูลประเภทระบุชัดเจนในข้อมูลต้นทาง)
| ประเภททรัพย์ | จำนวนรายการ | ราคามัธยฐาน |
|---|---|---|
| ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง | 90,878 | 1,030,000 บาท |
| ที่ดินว่างเปล่า | 43,655 | 200,000 บาท |
| ห้องชุด | 13,934 | 890,000 บาท |
| สิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมที่ดิน) | 206 | 85,000 บาท |
ที่ดินว่างเปล่าคือกลุ่มที่มีราคามัธยฐานต่ำที่สุด ที่ 200,000 บาท ต่ำกว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกว่า 5 เท่า แต่การได้ราคาต่ำมาพร้อมกับสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนซื้อ เช่น ทางเข้าออกและข้อจำกัดผังเมือง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ที่ดินเปล่าประมูล ราคามัธยฐาน 200,000 บาท ซื้อแล้วทำอะไรได้บ้าง ส่วนห้องชุดมีราคามัธยฐานอยู่ระหว่างที่ดินเปล่ากับที่ดินพร้อมบ้าน แต่มีเรื่องค่าส่วนกลางค้างชำระที่ต้องเช็คก่อนเสมอ อ่านที่ ห้องชุดประมูล 1,753 ยูนิตที่กำลังจะขาย ค่าส่วนกลางค้างใครจ่าย
จังหวัดไหนมีโอกาสเจอราคาต่ำกว่า 1 ล้านมากที่สุด
สัดส่วน 60.5% ทั่วประเทศไม่ได้กระจายเท่ากันทุกจังหวัด จากตาราง 15 จังหวัดที่ขายทอดตลาดสำเร็จมากที่สุด (อ่านเต็มที่ จังหวัดไหนมีทรัพย์ประมูลเยอะสุด) มีถึง 5 จังหวัดที่ราคามัธยฐานของตัวเองก็ยังต่ำกว่า 1 ล้านบาท ได้แก่ ศรีสะเกษ (255,000 บาท) ร้อยเอ็ด (280,000 บาท) อุบลราชธานี (305,000 บาท) ขอนแก่น (520,000 บาท) และนครราชสีมา (530,000 บาท)
ในทางคณิตศาสตร์ เมื่อราคามัธยฐานของจังหวัดใดต่ำกว่า 1 ล้านบาท หมายความว่า อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของทรัพย์ที่ขายสำเร็จในจังหวัดนั้นมีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทด้วย เพราะค่ามัธยฐานคือจุดกึ่งกลางของข้อมูลทั้งหมด ผู้ที่มีงบจำกัดและเปิดรับทำเลต่างจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีโอกาสเจอทรัพย์ในงบนี้มากกว่าทำเลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ราคามัธยฐานสูงกว่ามาก ส่วนจังหวัดที่ราคามัธยฐานสูงอย่างกรุงเทพมหานคร (1,440,000 บาท) หรือนนทบุรี (1,240,000 บาท) ก็ยังมีทรัพย์ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทปะปนอยู่เช่นกัน เพียงแต่สัดส่วนน้อยกว่าทำเลที่ราคาโดยรวมต่ำกว่า
จะหาทรัพย์กลุ่มราคานี้ได้จากไหน
- ดูนัดขายทอดตลาดที่กำลังจะถึง พร้อมราคาประเมินเบื้องต้นได้ที่ปฏิทินนัดขายทอดตลาด ซึ่งอัปเดตทุกวันจากกรมบังคับคดีและกรองตามช่วงราคาได้
- ดูราคาขายจริงย้อนหลัง แยกตามจังหวัดและเดือนได้ที่คลังผลประมูล/ราคาขายทอดตลาดย้อนหลัง เพื่อเทียบว่าทำเลที่สนใจมักปิดการขายที่ราคาระดับไหน
- ดูภาพรวมทรัพย์ทั้งหมดในจังหวัดที่สนใจ ได้ที่หน้าจังหวัดของ TeedinIQ โดยตรง
- คำนวณต้นทุนซื้อจริงรวมค่าโอนและภาษี ก่อนตั้งงบ ด้วยเครื่องมือนักลงทุนของ TeedinIQ ซึ่งใช้ได้ฟรีไม่ต้องสมัครสมาชิก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทรัพย์ประมูลราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีจริงไหม? มีจริง จากข้อมูลราคาขายจริง 148,800 รายการที่ TeedinIQ รวบรวมจากกรมบังคับคดี (ก.ย. 2568 – เม.ย. 2569) มี 89,999 รายการ หรือ 60.5% ที่ขายสำเร็จในราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท แบ่งเป็นต่ำกว่า 5 แสนบาท 54,016 รายการ และ 5 แสน-1 ล้านบาท 35,983 รายการ
ทำไมกลุ่มราคาต่ำกว่า 1 ล้านถึงสำคัญกับตลาดตอนนี้? เพราะข้อมูลภายนอกจาก Thairath/REIC ชี้ว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทเป็นกลุ่มเดียวในตลาดบ้านมือสองที่มีการโอนกรรมสิทธิ์จริงเพิ่มขึ้น (+1% ในจำนวนหน่วย และ +2.7% ในมูลค่า) ขณะที่บ้านราคาเกิน 10 ล้านบาทโอนจริงลดลงถึง -15.9% ในช่วงเดียวกัน
ราคาประเมิน ราคาเริ่มประมูล และราคาขายจริง ต่างกันอย่างไร? ราคาประเมินคือราคาที่กรมบังคับคดีตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้อ้างอิง ราคาเริ่มประมูลคือราคาตั้งต้นของแต่ละนัดซึ่งอาจถูกปรับลดหากนัดก่อนหน้าไม่มีผู้เสนอราคา ส่วนราคาขายจริงคือราคาที่ประมูลได้จริงในวันที่มีผู้ชนะการเสนอราคา ทั้งสามราคานี้ไม่เท่ากันเสมอไปและไม่ควรใช้แทนกัน
ทรัพย์ที่กำลังจะเปิดประมูลตอนนี้ มีสัดส่วนราคาต่ำแบบนี้ไหม? จากราคาประเมินของทรัพย์ที่มีนัดขายทอดตลาดในช่วงประมาณ 60 วันข้างหน้า (ข้อมูล ณ 25 กรกฎาคม 2569) มี 16,083 รายการจาก 25,329 รายการ หรือ 63.5% ที่ราคาประเมินต่ำกว่า 1 ล้านบาท แต่ต้องย้ำว่านี่คือราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาที่จะขายได้จริง
ทรัพย์ประเภทไหนมีโอกาสเจอราคาต่ำกว่า 1 ล้านมากที่สุด? จากข้อมูลขายจริง ที่ดินว่างเปล่ามีราคามัธยฐานต่ำสุดที่ 200,000 บาท รองลงมาคือสิ่งปลูกสร้างไม่รวมที่ดินที่ 85,000 บาท ขณะที่ห้องชุดมัธยฐาน 890,000 บาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมัธยฐานสูงสุดที่ 1,030,000 บาท
สรุป
ทรัพย์ประมูลราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทมีอยู่จริง และมีสัดส่วนมากถึง 60.5% ของทรัพย์ที่ขายทอดตลาดสำเร็จจริง 148,800 รายการ ตัวเลขนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลตลาดภายนอกที่ชี้ว่ากลุ่มราคานี้เป็นกลุ่มเดียวที่ยังเติบโตอยู่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องแยกให้ออกระหว่างราคาประเมิน ราคาเริ่มต้นประมูล และราคาขายจริง เพราะทั้งสามไม่เท่ากันเสมอไป ก่อนตั้งงบจึงควรอิงจากราคาขายจริงย้อนหลัง ไม่ใช่ราคาประเมินที่เห็นในประกาศเพียงอย่างเดียว
เริ่มดูทรัพย์ในงบที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทได้ที่ปฏิทินนัดขายทอดตลาด หรือเทียบราคาขายจริงย้อนหลังของทำเลที่สนใจได้ที่คลังผลประมูล/ราคาขายทอดตลาดย้อนหลัง
คำถามที่พบบ่อย
ทรัพย์ประมูลราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีจริงไหม
มีจริง จากข้อมูลราคาขายจริง 148,800 รายการที่ TeedinIQ รวบรวมจากกรมบังคับคดี (ก.ย. 2568 – เม.ย. 2569) มี 89,999 รายการ หรือ 60.5% ที่ขายสำเร็จในราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท แบ่งเป็นต่ำกว่า 5 แสนบาท 54,016 รายการ และ 5 แสน-1 ล้านบาท 35,983 รายการ
ทำไมกลุ่มราคาต่ำกว่า 1 ล้านถึงสำคัญกับตลาดตอนนี้
เพราะข้อมูลภายนอกจาก Thairath/REIC ชี้ว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทเป็นกลุ่มเดียวในตลาดบ้านมือสองที่มีการโอนกรรมสิทธิ์จริงเพิ่มขึ้น (+1% ในจำนวนหน่วย และ +2.7% ในมูลค่า) ขณะที่บ้านราคาเกิน 10 ล้านบาทโอนจริงลดลงถึง -15.9% ในช่วงเดียวกัน
ราคาประเมิน ราคาเริ่มประมูล และราคาขายจริง ต่างกันอย่างไร
ราคาประเมินคือราคาที่กรมบังคับคดีตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้อ้างอิง ราคาเริ่มประมูลคือราคาตั้งต้นของแต่ละนัดซึ่งอาจถูกปรับลดหากนัดก่อนหน้าไม่มีผู้เสนอราคา ส่วนราคาขายจริงคือราคาที่ประมูลได้จริงในวันที่มีผู้ชนะการเสนอราคา ทั้งสามราคานี้ไม่เท่ากันเสมอไปและไม่ควรใช้แทนกัน
ทรัพย์ที่กำลังจะเปิดประมูลตอนนี้ มีสัดส่วนราคาต่ำแบบนี้ไหม
จากราคาประเมินของทรัพย์ที่มีนัดขายทอดตลาดในช่วงประมาณ 60 วันข้างหน้า (ข้อมูล ณ 25 กรกฎาคม 2569) มี 16,083 รายการจาก 25,329 รายการ หรือ 63.5% ที่ราคาประเมินต่ำกว่า 1 ล้านบาท แต่ต้องย้ำว่านี่คือราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาที่จะขายได้จริง
ทรัพย์ประเภทไหนมีโอกาสเจอราคาต่ำกว่า 1 ล้านมากที่สุด
จากข้อมูลขายจริง ที่ดินว่างเปล่ามีราคามัธยฐานต่ำสุดที่ 200,000 บาท รองลงมาคือสิ่งปลูกสร้างไม่รวมที่ดินที่ 85,000 บาท ขณะที่ห้องชุดมัธยฐาน 890,000 บาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมัธยฐานสูงสุดที่ 1,030,000 บาท